แพทย์ญี่ปุ่น เตือน 4 อาหารสีขาว "ทำลายล้าง" หลอดเลือด-หัวใจ โปรตีนผงก็อยู่ในลิสต์!

แพทย์ญี่ปุ่น เตือน 4 อาหารสีขาว "ทำลายล้าง" หลอดเลือด-หัวใจ โปรตีนผงก็อยู่ในลิสต์!

แพทย์ญี่ปุ่น เตือน 4 อาหารสีขาว "ทำลายล้าง" หลอดเลือด-หัวใจ โปรตีนผงก็อยู่ในลิสต์!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แพทย์ญี่ปุ่นเตือน 4 อาหารสีขาว ตัวร้ายทำลายหลอดเลือด ชอบแค่ไหนก็ต้อง “ระวังปาก”

โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า “อาหาร” คือปัจจัยสำคัญที่ควบคุมได้ ล่าสุดแพทย์ญี่ปุ่นเตือนว่า มีอาหารสีขาว 4 ชนิดที่หลายคนกินเป็นประจำ แต่กลับส่งผลเสียต่อหลอดเลือดอย่างมาก

กุญแจสำคัญคือ “คุณภาพของเลือด”

 จากรายงานของเว็บไซต์ข่าวญี่ปุ่น President Online นายแพทย์สึโยชิ วาตานาเบะ ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือดชื่อดัง เปิดเผยว่า การดูแลหลอดเลือดให้แข็งแรง ต้องเริ่มจากการปรับคุณภาพของเลือด ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทันทีจากอาหารที่เรากินในแต่ละมื้อ

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และโรคอ้วน ล้วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินโดยตรง

4 อาหารสีขาว ที่ควรจำกัด

1. น้ำตาล

น้ำตาลไม่ได้อยู่แค่ในขนมหรือของหวาน แต่ยังแฝงอยู่ในซอสและเครื่องปรุงต่างๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงทันที

ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินจำนวนมากเพื่อควบคุม ส่งผลให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งทำลายผนังหลอดเลือดและก่อให้เกิดการอักเสบ

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 50 กรัมต่อวัน

2. แป้งขัดขาว

อาหารอย่างขนมปังขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือของทอดจากแป้ง ผ่านกระบวนการขัดสีจนสูญเสียใยอาหาร ทำให้ดูดซึมเร็วไม่ต่างจากน้ำตาล

การบริโภคต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงไขมันสะสมในช่องท้อง ภาวะดื้ออินซูลิน และทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น ผู้ใหญ่ควรจำกัดแป้งขัดขาวประมาณ 150–200 กรัมต่อวัน และเลือกธัญพืชไม่ขัดสีแทน

3. เกลือ

โซเดียมในเกลือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตสูง เมื่อมีโซเดียมมากเกินไป ร่างกายจะดึงน้ำเข้าสู่หลอดเลือด ทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มและความดันสูงขึ้น

หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลอดเลือดจะเสื่อม สูญเสียความยืดหยุ่น และเสี่ยงแตกได้ง่าย WHO แนะนำให้บริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน (ประมาณ 1 ช้อนชา)

4. โปรตีนผง

แม้โปรตีนจำเป็นต่อร่างกาย แต่ “โปรตีนผง” ที่ดูดซึมเร็ว อาจเพิ่มภาระให้ตับและไต เนื่องจากต้องกำจัดของเสียในปริมาณมากภายในเวลาอันสั้น

การใช้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น อาจทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมลง ส่งผลต่อการควบคุมของเหลวและโซเดียมในร่างกาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจได้

คำแนะนำคือ ไม่ควรบริโภคโปรตีนเกิน 2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และควรใช้โปรตีนผงเฉพาะเมื่อจำเป็น

ดูแลหลอดเลือด ต้องทำมากกว่าแค่เลือกอาหาร

นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว ควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

แม้อาหารสีขาวทั้ง 4 ชนิดจะเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่หากบริโภคมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อหลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว การรู้เท่าทันและควบคุมปริมาณจึงเป็นกุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล